ฟิคกระเรียน = เกรียนฟิค
#ฟิคกระเรียน
-27-
หลังจากที่ผมหายป่วยเพราะมีคนเฝ้าไข้ดี(?)
อาหารก็อร่อย(?) ถูกปาก(?) เดี๋ยวๆ อะไรถูกปากกูกันแน่วะ อาหารหรือปากอีพี่ต้วน… อีสัส พูดแล้วไม่อยากจะสาธยายถึงความหน้าด้านของมัน อีเลว!
มันหน้าด้านหอบเสื้อผ้ามานอนหอกูด้วย! บอกจะมาอยู่เฝ้ากูห้ามกูกินน้ำเย็น...
คือมึงจำเป็นต้องทำขนาดนั้นมั้ย? ถามใจตัวเองดูนะ..
แค่มึงเดินไปดึงปลั๊กตู้เย็นออกโดยไม่บอกกู กูก็ไม่มีน้ำเย็นแดกแล้วป้ะ? อีช่อ!
ผมหายป่วยแล้วก็มาเรียนตามปกติในวันต่อมา… ซึ่งก็คือวันนี้ผมกับเชี่ยยูคเลิกเรียนตอนสี่โมงเย็นและกำลังจะไปหาอะไรกินกัน..
เพราะวันนี้อีพวกพี่แก๊งค์จังไรแมนมันมีเรียนเลิกทุ่มนึง เลยเหลือผมกับมันแค่สองคน
พอเดินลงมาจากอาคารเรียน
ผมก็เห็นเด็กนักเรียนหญิงสองคนในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ… อีกแล้ว
มานอนหอกูไม่พอ
นอนกอดกูอีก… อีห่าราก กูเขินมั้ยให้ทาย? กูยังไม่ชินอ่ะ ขนาดเคยนอนโดยมีมันกอดไว้เมื่อตอนที่ไปทะเลแล้วนะ… อุ้ปส์ นี่กูพูดอะไรออกไป ไม่เอาๆเปลี่ยนเรื่องๆ
“เห้ยไอ้แบมกูลืมที่ชาร์จแบตไว้ในห้องเรียนว่ะ
เดี๋ยวกูมานะ รอแปป” เชี่ยยูคที่ไม่ทันได้เห็นสองนาง
มันวิ่งหายเข้าอาคารเรียนไปอีกครั้ง… ทิ้งให้กูยืนโหวงเหวง
โดดเดี่ยวอยู่คนเดียว..
ผมทำเป็นไม่เห็นพวกเธอสองคนแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่อยู่ถัดไปแทน
เชี่ยยูค มึงนะมึง! ทิ้งกูอยู่ได้ อยู่คนเดียวกูเหงา...
ฮือ กูขอถอนคำพูด
กูไม่เหงาแล้ว ไม่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนกูกันก็ได้มั้งพวกยูวว... คืออีเหี้ยยย
น้องพี่มาร์คกับเพื่อนมันเดินเข้ามาแล้วนั่งลงที่ม้าหินอ่อนที่กูนั่งอยู่...
“สวัสดีค่ะพี่แบมแบม”
เวนดี้เอ่ยทักทายผม.. ผมกระพริบตาปริบๆใส่เธอแล้วทักกลับ
“อ้าวว่าไง
มาหาพี่มาร์คหรอ?” ผมถาม
“มาหาพี่นั่นแหละค่ะ”
ไอรีนบอกเสียงเรียบ.. ผมนี่สะดุ้งขึ้นมาทันทีเหลยย
มึงจะมาหากูเพื่ออะไร? มีธุระอะไรฝากผ่านอีพี่ต้วนมาก็ได้
กูไม่ถือ..
อยู่ดีๆเวนดี้ก็สะดุ้งแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดรับสาย
แล้วเดินออกไปคุยโทรศัพท์อีกทางนึง ตอนนี้เลยเหลือแค่ผมกับไอรีนเท่านั้น… เธอมองหน้าผมแล้วก็เชิ่ดใส่
เดี๋ยว! อีเหี้ย
เป็นไรกับกูมากป้ะ?
“ไม่ชอบอะไรพี่รึเปล่า?”
ผมเอ่ยถามไอรีน
“เปล่าค่ะ” เธอตอบห้วนๆ หางเสียงประชดประชันนิดหน่อย
เปล่าเลยเนอะ… มึงเปล่าเลย…
“พูดมาตรงๆเถอะ” ผมบอก.. เธอเงียบแล้วมองมาที่ผม
“หนูชอบพี่มาร์ค และหนูไม่ชอบที่พี่มาอยู่ใกล้ๆพี่มาร์ค” อีเหี้ยยย ตรงมาก มึงตรงประเด็น ตรงจุดเกิดเหตุมาก
“งั้นพี่ถามหน่อยว่า ชอบพี่มาร์คเพราะอะไร?” เธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วเชิ่ดหน้าใส่ผม
“พี่มาร์คใจดี อ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษ และที่สำคัญ หล่อ” จ้ะ… อันนี้กูรู้
“น้องไอรีนว่า… พี่มาร์คเป็นแบบนี้กับทุกคนมั้ย?”
“เท่าที่รู้มา พี่มาร์คนิสัยดีแบบนี้กับทุกคนค่ะ”
“แล้วรู้อะไรมั้ย? พี่อ่ะ...
ไม่ค่อยได้รับอะไรแบบนี้จากพี่มาร์คนักหรอก วันๆเจอหน้ากันก็ดุ ทำหน้ายักษ์หน้ามารใส่ตลอด”
ผมหัวเราะเบาๆ
“จริงหรอคะ?” เธอถามอย่างไม่เชื่อที่ผมพูด… ผมพยักหน้ายืนยัน
“ไม่จริงหรอก… พี่มาร์คออกจะนิสัยดีขนาดนั้น” ไอรีนบอก
“แล้วพี่จะโกหกทำไมล่ะ?” ไอรีนมองหน้าผมอย่างพินิจพิจารณา
“พี่แน่ใจนะว่าพี่ไม่ได้โกหก” ผมพยักหน้าตอบกลับเธอไป
อีเหี้ย กูจะโกหกมึงเพื่อ?
นี่ถ้าเป็นไอ้ปลัดขิกนะ กูเกทับแม่งไปแล้ว แต่นี่เห็นเป็นมึงไง
กูเลยไม่คิดจะทำอะไร ยังไงมึงก็ผู้หญิง… กูเจนเทิลแมนพอมะ?
“เชื่อก็ได้..” เธอบอกแล้วลดมือที่กอดอกลงมาวางไว้ที่โต๊ะ…
ท่าทีดูอ่อนลงไป
เดี๋ยว.. เกิดไรขึ้นวะ?
“หนูยอมแล้วก็ได้”
เฮ้ย คือไร?
ยอมอะไรของมึงวะ กูไม่เก็ท ยอมนี่คือ.. ยอมเป็นของกูงี้อ่อ?
*หลบเกิบพี่มาร์ค*
“ยอมนี่คือ?” ผมถาม
“ก็ยอมหลีกทางให้พี่คบกับพี่มาร์คก็ได้” เธอยักไหล่…
เห้ยเดี๋ยว ทำไมมันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนขนาดนี้
อีเด็กนี่เป็นอะไร?
“อ้าว… แล้วไม่ได้เกลียดพี่แล้วหรอ?”
“ไม่ได้เกลียดสักหน่อย ตอนแรกก็แค่ไม่ชอบ แต่ตอนนี้ชอบแล้ว”
“ห้ะ?”
“หนูรู้จักพี่มาร์คมานานแล้ว
หนูเลยค่อนข้างจะหวงทั้งๆที่พี่มาร์คก็ไม่ได้เป็นพี่ชายหนูนะ แต่หนูหวง” เธอบอก
“อ่า.. แล้วตอนนี้ไม่หวงแล้วหรอ?”
“ถ้าเป็นพี่… หนูก็ไม่หวง”
“ทำไมอ่ะ?”
“ก็หนูไม่เคยเห็นพี่มาร์คเป็นแบบนี้กับใครนี่…
พี่มาร์คเนี่ยนะดุ!? ไม่เคยเห็นอ่ะ..
แปลว่าคนๆนั้นต้องพิเศษมากแน่ๆ” ผมอึ้งแล้วชี้นิ้วมือเข้าหาตัวเองแบบประมาณว่า…
กูเนี่ยนะ?
“หนูเป็นสาววายนะพี่... หนูเชียร์พวกพี่เต็มที่เลย” ไอรีนยิ้มให้ผม
เช้ดดดดด กูควรดีใจมั้ยมึง? บอกไม่ถูกจริงๆ
“คุยอะไรกันอยู่คะ ดูสนุกสนานดีจัง” เวนดี้เดินเข้ามานั่งลงข้างๆไอรีนแล้วมองผมกับไอรีนสลับกันไปมา…
“ตกลงพี่แบมเป็นพี่สะใภ้นะเวนดี้” ไอรีนหันไปบอกเพื่อนตัวเอง
ก่อนที่เวนดี้จะยิ้มอย่างกระดี๊กระด๊า
“ยินดีต้อนรับนะคะพี่แบมแบม” เธอว่า
“จ้ะ..” ต้อนรับกูเข้าสู่ตระกูลพวกมึงหรือต้อนรับกูเข้าสู่โลกวายของพวกมึงวะ
กูไม่แน่ใจ...
“พี่แบมรู้ป้ะ ตอนแรกหนูคิดว่าชื่อแบมแบมคือผู้หญิง” อยู่ๆเธอก็พูดเปิดประเด็นขึ้นมา
ทำเอากูตั้งตัวแทบไม่ทัน
“เอ่อ...แล้วไปรู้ชื่อพี่มาจากไหนอ่ะ?”
“แอบส่องโทรศัพท์พี่มาร์คค่ะ”
“ส่อง?”
ส่องอะไรวะ?
… ถ้าส่องพวกเบอร์โทรไรงี้… ส่องไปก็ไม่เจอชื่อกูนี่…
เพราะกูจำได้ว่าอีเชี่ยพี่มาร์คแม่งไม่ได้เมมชื่อกูว่าแบมแบมนี่มึง…
“ใช่ค่ะ… หนูสงสัยว่าทำไมพี่มาร์คต้องนั่งมองโทรศัพท์แล้วเดี๋ยวก็ยิ้ม
เดี๋ยวก็ทำหน้าเครียดจนหนูงง… ตอนแรกหนูเกือบคิดว่าพี่ชายตัวเองเป็นโรคจิตแล้วนะ”
ผมหัวเราะออกมาอย่างเสียไม่ได้ แม่ง!
ขนาดน้องมึงยังคิดกะมึงแบบนี้เลย ชีวิตมึงดูรันทดพิกลว่ะอีเชี่ยพี่ต้วน
“หนูเลยแอบเอาโทรศัพท์พี่มาร์คมาเปิดดู
แล้วก็เจอเบอร์โทรออกเป็นร้อยๆสายเลย โทรหาคนชื่อ แบมแบม”
ห้ะ? ร้อยสาย? โทรหากูเหรอ?
ไม่ใช่และมึง… ผิดแบมแบมป้ะว้ะ
บางทีมันอาจโทรหาแบมแบมเดอะว๊อยซ์ก็ได้ ถุ้ย!
“คนละแบมรึเปล่าเวนดี้? พี่มาร์คไม่เคยโทรหาพี่เยอะขนาดนั้นเลยนะ”
“เหมือนโทรแล้วก็ตัดสินใจวางสายอ่ะพี่แบม…เพราะมันขึ้นว่ายกเลิก”
คือยังไง?
เหมือนจะโทรหากูแล้วป๊อด กดวางสายก่อนจะได้ยินเสียงสัญญาณไรงี้อ่อ?
อีเหี้ยยยย พี่มาร์คมึงมีมุมนี้ด้วยหรอ มีมุมป๊อดกะกูด้วยหรอม?
โอ้มายก็อดดดดดดด กูขอจดใส่บันทึกหนังหมาหน่อยนะ
“หนูก็แอบจดเบอร์แล้วลองเอามาโทรดู…
แต่พอไอรีนคุย มันบอกหนูว่าเป็นผู้ชาย หนูยิ่งงงเข้าไปใหญ่”
เดี๋ยวนะ… กูคุ้นๆเหตุการณ์นี้ยังไงชอบกล…
อ๋ออออออ!!!!!! หรือพวกมึงคืออีชะนี
เอ้ย! ผู้หญิงที่โทรหากูแล้วทำเสียงวี้ดว้ายใส่กูเหมือนรังเกียจกูตอนนั้นใช่มั้ยวะ?
อีเหี้ยยยยยยยย กูเจอล้ะ อีสัส อุ๊ย! ลืม เราไม่ด่าผู้หญิง
“ว่าแต่… เวนดี้รู้รหัสมือถือพี่มาร์คด้วยหรอ?”
“ตอนนั้นพี่มาร์คยังไม่ล็อคโทรศัพท์เลย… เพิ่งมาล็อคเพราะพี่มาร์คเห็นพอดีว่าหนูแอบเอามากดเล่น...”
อ๋อ…. มึงนี่เอง….
“แล้วตกใจมั้ยที่แบมแบมคือพี่?”
“ตกใจมากๆๆๆๆๆๆ หนูเกือบช็อคแน่ะพี่”
เว่อไปมั้ยคะน้องชะนี? เดี๋ยวกูเสย…. #ท่ดๆ บอกแล้วเราไม่ทำร้ายผู้หญิง
ผม เวนดี้ และไอรีนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน.. #น้องเชื่ออย่างนั้นหรอครับ
อีเหี้ย!!! กูเชื่อแล้วว่ามันเป็นสาววายจริงๆ ถามกูแต่ละอย่างคือแบบ..
เรื่องอย่างว่าทั้งนั้นเลย ดีออก! ยอมใจพวกมึง!
“หัวเราะหน้าระรื่นขนาดนี้ พี่มาร์คเค้าจะรู้มั้ยนะว่ามีคนกำลังนอกใจ”
ผมหยุดหัวเราะทันทีที่ไอ้แทยองเดินเข้ามาแล้วพูดแบบนี้ที่โต๊ะ...
ผมและสองนางมองหน้าไอ้แทยองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
แต่ด้วยสายตาของแต่ละคนเหมือนนัดหมายกันมาแล้วว่า.. ไม่เป็นมิตร
“นอกใจอะไรเหรอคะ?” เวนดี้ถาม ไอ้แทยองหันมองหน้าเธอ
“น้องมาคบกับแบมแบมไม่รู้เหรอว่าแบมแบมเค้าไม่ได้ชอบผู้หญิง” เวนดี้กับไอรีนหันมามองหน้าผม… ผมเลยถอนหายใจเบาๆ
อีเหี้ย!
กูยังไม่ได้คิดบัญชีกับมึงเลยนะเรื่องรูปในรถที่ส่งให้อีพี่มาร์คอ่ะ.. แม่ง
มึงเกือบทำได้ล้ะ สร้างความร้าวฉานระหว่างกูกับอีพี่มาร์ค มึงเกือบทำได้ล้ะ
แต่ดีนะที่พี่มาร์คมันกลับมาอ่ะ… เพราะถ้ามันไม่กลับมากูก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
“เราว่านายเข้าใจผิดนะ นี่น้องสาวพี่มาร์ค... ถึงนายจะพูดแบบนี้เพราะไม่รู้…
แต่คราวหน้าเราแนะนำว่า ต่อไปถ้าไม่รู้อะไรควรถามก่อน
จะได้ไม่โชว์โง่.. เราหวังดีนะ” ผมบอกแล้วยิ้มอ่อนส่งไปให้มัน..
จะว่าไปทุกทีมึงต้องถามคำถามนอนเซนส์ไม่ใช่หรอวะ? ทำไมเดี๋ยวนี้มึงไม่เห็นถามคำถามแบบนั้นใส่กูเลย…
หรือเพราะตรงนี้ไม่มีพี่มาร์ค
มันเงิบไป… ตอนนี้คงจะทำตัวไม่ถูก
ระหว่างจะโกรธที่ถูกกูหลอกด่า หรือ จะปรับสีหน้าให้เป็นคนดีเวลาอยู่ต่อหน้าน้องพี่มาร์ค
“อ้าว นี่น้องของพี่มาร์คหรอครับ น่ารักจังเลย” ไอ้แทยองบอกแล้วยิ้มให้เวนดี้…
อีเชี่ย ใครก็ดูออกว่ามึงตอแหล..
มันไม่ทันแล้วมั้งมึงกับการเล่นบทคนดี
“ก็พอรู้ตัวอยู่ค่ะ… ว่าแต่พี่เป็นใคร? ทำไมต้องพูดถึงพี่มาร์ค?” เวนดี้ถาม
“อ๋อ.. พี่ชื่อ..” ไอ้แทยองกำลังจะอ้าปากแนะนำตัวเอง
แต่ไอรีนก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ช่างเถอะค่ะพี่ หนูก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น… แล้วที่นี่ก็ไม่ต้องการคนเพิ่มหรอกนะคะ
มีแค่พวกหนูแล้วก็พี่แบม แฟนพี่มาร์ค ก็พอแล้ว เราไม่ต้องการคนอื่น!”
ไอรีนบอกไอ้แทยองแล้วหันมาหาผม
โอ้ย! เย้ดเป็ด! กูจุกแทน! ไอ้ปลัดขิกแทยองมันอึ้งไปเลย
วาจาชะนีนี่มันร้ายนัก ไอดอลกูเลยอ่ะ… เชี่ย สมน้ำหน้าแม่ง!
“พี่แบมคะ เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ?” เวนดี้หันมาถามผม
แล้วพวกเราก็เริ่มบทสนทนากันต่อโดยที่ไม่ได้สนใจไอ้ ‘ส่วนเกิน’
มันอีกเลย
หึหึ ตอนนี้กูมีพันธมิตรเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนและ… มึงตายแน่ไอ้ปลัดขิก
ถ้าคิดจะเล่นงานกูนี่ลำบากหน่อยนะ บอกเลย! กองหนุนกูเยอะ!
โอ้ยย อีเหี้ยย!! พูดก็พูดเถอะ กูชอบน้องพี่มาร์คกับเพื่อนมันว่ะ
เวลามองมันสองคนแล้วกูรู้สึกเหมือนกำลังมองตัวกูเองกับไอ้เชี่ยยูคเลย แสบพอกัน
พูดถึงเชี่ยยูค…
นี่มันไปเอาที่ชาร์จแบตถึงสุไหงโกลกรึไงวะ ทำไมช้าอย่างนี้
นี่มึงขี่เต่าหรือขี่หอยทากไปเอา อีดอก!
ปล่อยกูไว้กับสองนางจนกูเริ่มคิดว่ากูกำลังถูกพวกนางคุกคามทางเพศอยู่นะ… อีหอยหลอด เลิกถามกูเรื่องใต้สะดือสักทีเถอะ! อีสัส!
ต้องให้กูพูดมั้ยว่ายังไม่เคยได้กัน!!
หรือกูต้องเล่าให้ฟังว่าเกือบได้กันที่ไหน อะไร ยังไง ถุ้ย! ปล่อยกูไปเถอะ
กูยอมแล้ว!
.
.
.
ไอ้เชี่ยยูคเดินกลับมาพร้อมที่ชาร์จแบต
แม่งหายไปนานจนกูคิดว่ามึงโดนกระเทยลากไปตุ๋ยอยู่แถวห้องน้ำแล้วนะสัส!
“อ้าว น้องพี่มาร์คนี่!” มันมาถึงก็ตกใจใหญ่… มึงนั่งเลยเพื่อนรัก มีเรื่องให้มึงตกใจกว่านี้อีก
“จริงๆแล้วหนูก็ชอบนะ... ตัวโตกับตัวเล็ก” ไอรีนชี้มือมาที่ผมกับเชี่ยยูค…
คือไอ้ยูคมันยังงงอยู่ แต่กูนี่เข้าใจเลย..
กูนั่งอยู่ตรงนี้มาก่อนมึง กูรู้หมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร
“แต่พี่แบมเป็นของพี่มาร์คอ่ะ เพราะงั้นห้ามพี่ตัวโตคิดอะไรกับพี่ตัวเล็กนะ”
เธอบอก โหยอีเหี้ย เรียกพวกกูซะมุ้งมิ้งขนาดนี้… มึงไม่รู้สินะว่าพวกกูนี่ที่สุดของความจังไร
“อะไรกันวะมึง?” เชี่ยยูคกระซิบถามผม แต่ผมไม่ตอบอะไร
ได้แต่ผลักหัวมันออกไปแทน… อีห่า! มากระซิบอะไรตอนนี้ มึงไม่รู้ฤทธิ์สาววายซะแล้ว
“หนูบอกแล้วไง! ต่อไปห้ามพี่ใกล้กับพี่แบมเกิน1เมตร”
โอ้ยย มึง เป็นเรื่อง!
“เดี๋ยวๆนะครับน้องไอรีน คือพี่กับยูคยอมเราเป็นเพื่อนกันมานานมากแล้ว
สนิทกันมากจริงๆ ไม่ต้องคิดมากนะครับ” ผมอธิบาย
“ใช่ๆ หล่อๆอย่างพี่ไม่เอาไอ้แบมหรอก หน้าเหมือนไก่บ้าน หนังคงเหนียว”
อีสัส! แม่งหลอกด่ากู เชี่ยยูค หนังเหนียวพ่อง!!
“ก็ดีค่ะ หนูแค่อยากให้พี่แบมคบกับพี่มาร์คนานๆ อย่าให้เหมือน...” ไอรีนหยุดพูดเพราะเวนดี้เอามือมาปิดปากเธอไว้เสียก่อน…
“เหมือนอะไรหรอ?” ผมถาม ก็มันน่าสงสัยมั้ยล่ะ…
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่แบม ไอรีนก็พูดไปเรื่อย” เวนดี้แก้ต่างแล้วเอามือออกจากปากเพื่อนตัวเอง
“ถ้าไม่บอกพี่ไม่คุยด้วยแล้วนะ” ผมบอก… อีห่า เกลียดจริงๆเวลากูรู้เรื่องอะไรไม่หมดเนี่ย คือกูอยากรู้ไง…
“พี่แบมอ่า… ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” เวนดี้บอก
เธอยิ้มแหยๆส่งมาให้ผมลูกเดียว
“ไม่เห็นเป็นไรเลยเวนดี้ เรื่องมันก็ตั้งสองปีแล้ว” ไอรีนหันไปบอกเพื่อนตัวเอง
ทำกูหูผึ่งทันที… สาส อะไรวะสองปี
“พูดออกมาขนาดนี้แล้ว… ต้องเล่าแล้วล่ะ” ไอ้เชี่ยยูคบอกสองสาว… เวนดี้เลยถอนหายใจเบาๆแล้วตัดสินใจพูด
“คือต้องขอบอกก่อนว่าหนูอยากให้พี่แบมคบกับพี่มาร์คนานๆ ไม่อยากให้เลิกกัน
ยิ่งถ้าเลิกกันแล้วมันทำให้พี่มาร์คดูโง่ หนูจะยิ่งโกรธ
หนูถึงไม่อยากให้พี่แบมกับพี่ยูคยอมคิดอะไรกันเกินเพื่อน”
“เรื่องนั้นสบายใจได้ พี่กับยูคยอมเราไม่มีทางเป็นมากกว่านั้นแน่ๆ” ผมบอก เวนดี้ยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ
“แล้วอะไรที่ว่าสองปี?” ผมถาม
“พี่มาร์คเลิกกับแฟนค่ะ”
“อ่า...” ผมพยักหน้าน้อยๆ
‘เลิกกับแฟน’ คำนี้กูฟังกี่ทีกูก็จุกนะ…
“แฟนเก่าพี่มาร์คเป็นผู้หญิงนะ… นางชื่อเจสสิก้า นิสัยก็ผู้หญิงทั่วไป แต่หนูว่าออกจะดัดจริต
ขี้สำออยด้วยซ้ำ” ไอรีนบอกพลางเบะปากประกอบคำพูดไปด้วย..
เดี๋ยว มึงว่าแฟนเก่าอีพี่มาร์คขนาดนี้ มึงมีสตอรี่กันมาก่อนป้ะเนี่ย?
“หนูโกรธนางมากเลยรู้มั้ยคะพี่แบม..
นางคบกับพี่มาร์คอยู่แท้ๆ แต่นางก็แอบไปคบชู้กับเพื่อนพี่มาร์คอ่ะ
แล้วที่ทำให้หนูเกลียดนางมากก็คือ นางขอเลิกกับพี่มาร์คแล้วไปคบกับเพื่อนพี่มาร์คแทน
นางบอกจะไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกัน แล้วพี่มาร์คก็ยอมให้นางไป
ไม่โกรธไม่ว่านางสักคำ พี่มาร์คดีมากจนหนูอยากจะเกลียดพี่ชายตัวเองเลย” เวนดี้ระบาย..
“นางไปนางก็ไม่เคยติดต่อกลับมานะ… ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว หนูไม่อยากให้นางมายุ่งกับพี่มาร์คอีก” ไอรีนเสริม…
หรือว่าที่อีพี่มาร์คมันดูโกรธกูมากตอนเห็นรูปนั้น
จะเป็นเพราะสาเหตุนี้วะ? มันคงคิดว่ามันโง่… เหมือนวนลูปเดิมอีกครั้งรึเปล่าวะ?
“เรื่องมันผ่านมาตั้งสองปีแล้ว
อย่าคิดมากเลยเนอะ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า เดี๋ยวมื้อนี้ยูคยอมเลี้ยงเอง” ผมบอกแล้วเอามือตบบ่าไอ้ยักษ์ปุๆ เชี่ยยูคเลยฟาดมือลงมาที่หัวผมเบาๆ
“กูตลอด..” มันว่า
แล้วพวกเราสี่คนก็หัวเราะใส่กัน
คืออีเหี้ย
อยู่ด้วยกันจะพาร้านเค้าแตกมั้ยถาม!
ในเมื่อมีแบมแบมและยูคยอมเวอร์ชั่นผู้หญิงด้วยแบบนี้
.
.
.
“มึงว่าพี่มาร์คมันจะรู้สึกยังไงวะตอนที่รู้ว่าแฟนตัวเองเป็นชู้กับเพื่อนตัวเอง”
ผมเอ่ยถามเชี่ยยูคระหว่างทางที่จะเดินข้ามตึกไปเรียนอีกตึกนึง...
อีสัส!
ทำไมวันนึงเรียนสองวิชาต้องให้กูเรียนคนละตึกด้วย ฟรวยย! ขับรถไปก็ไม่ได้
ตึกมันอยู่ใกล้กันเกินไป... แถมอีกตึกนึงแม่งก็ไม่มีที่จอดรถอีกสาส! กูเลยต้องเดิน…
เห้อม
“คงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นควายมั้งมึง…
โง่อยู่ได้ตั้งนานไม่รู้ว่าคนใกล้ชิดจะทำกันได้ลง… คนนึงก็เพื่อน คนนึงก็แฟน…” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกันสิ่งที่มันพูด..
แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นพวกกลุ่มอีพี่แก๊งค์จังไรแมนมันนั่งอยู่หน้าตึกที่พวกกูกำลังเดินไปเพื่อจะไปเรียน
พวกมันยังไม่เห็นผมกับเชี่ยยูคหรอกเพราะมัวแต่คุยกันเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย
“ไปหาหน่อยมั้ย?” เชี่ยยูคสะกิดถาม
ผมพยักหน้ารับ...
แล้วก็ต้องชะงักขาที่กำลังจะก้าวเดินไปเพราะเกือบเดินชนผู้หญิงคนนึงเข้า
“ขอโทษครับ” ผมเอ่ยตามมารยาท
ก็กูไม่ได้มองทางอ่ะ มัวแต่มองอีพวกนั้น… แต่เธอก็เหมือนไม่ได้ยินและไม่ได้สนใจสิ่งที่ผมพูดเลย
เธอก้าวขาฉับๆเดินผ่านหน้าผมไปทันที…
ผมมองตามหลังไปเธอไป…
แต่งตัวก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นนักศึกษาที่นี่เลยนะ
แต่เดินไปทางตึกเรียน… แต่ผมก็เลิกมองเธอเพียงเพราะตาขวาตัวเองกระตุก
ผมยกมือขึ้นจับที่ตาตัวเอง
“เป็นไรวะไอ่แบม?” เชี่ยยูคหันมาถาม
มันคงคิดว่าผมเจ็บตารึเปล่าอยู่ดีๆก็เอามือมาจับตา...
“บางทีแม็กก็คิดนะ...” ผมพูดพึมพำคนเดียว
เพราะกำลังรู้สึกไม่ค่อยดีกับตาที่กระตุก… ขวาร้ายซ้ายดี
โบราณเค้าว่ามาแบบนั้นอ่ะ ร้อยวันพันปีตากูไม่เคยกระตุก แต่เพิ่งมากระตุกเอาวันนี้ไม่ให้กูคิดมากได้ไงล่ะ...
“แม็กเป็นใครวะ? ลูกเพื่อนพ่อมึงหรอ?” ผมจิ๊ปากใส่เชี่ยยูคที่มาขัดอารมณ์ตอนกำลังนึกถึงความเชื่อคนโบราณ
“แม็กบอกว่าอย่าเสือกไง” ไอ้เชี่ยยูคไหวไหล่
แล้วคว่ำปาก พ่องง หน้าตาน่าถีบสัส!
ผมเลิกคิดแล้วหันไปมองทางที่จะไปอีกครั้ง
แต่สิ่งที่เห็นมันทำผมแทบช็อคกลางอากาศ… ผู้หญิงคนนั้นที่ผมเกือบชนเมื่อกี้
เธอเดินเข้าไปหากลุ่มพี่เจบี แล้วก็เข้าไปกอดพี่มาร์คทันที...
แถมด้วยหอมแก้มเข้าที่แก้มทั้งสองข้างและกำลังจะจูบปากด้วยซ้ำ… แต่พี่มาร์คมันก็หลบก่อน… แต่ก็กอดตอบเธอไป
“มึง.. นั่นแฟนเก่าพี่มาร์คป้ะวะ?” เชี่ยยูคเอ่ยเมื่อเห็นภาพเดียวกันกับผม
ผมยืนนิ่งมองภาพที่เห็น…
กูไม่ได้โดนสต๊าฟไว้หรอกนะ กูแค่กำลังอึ้ง… อีเหี้ยยยย
กูว่าใช่…
ผมยังคงมองทั้งสองคนที่ตัวยังไม่ห่างออกจากกันเลยแม้จะนั่งลงแล้วก็ตาม…
ก่อนจะแค่นหัวเราะ… กูควรเชื่อคนโบราณ…
ที่เค้าบอกเข้าป่าอย่าพูดถึงเสือ กลางค่ำกลางคืนอย่าพูดถึงผี…
อีเหี้ย!!!!
พูดถึงแแฟนเก่า… แฟนเก่าก็มา ดีออก!
“ไปเรียนเหอะมึง” ผมบอกแล้วตั้งใจเดินเข้าไปที่กลุ่มพี่เจบี
ไอ้เชี่ยยูคเดินตามผมแทบไม่ทัน
พอเดินเข้าไปใกล้ๆ อีพี่ยองแจมันเห็นผมก่อนมันก็เอ่ยทัก… ทีนี้ทั้งโต๊ะมองมาที่กูเป็นตาเดียวเลยจ้ะ
“ดูพวกพี่ว่างกันจังเลยเนอะ” ผมบอกเมื่อเดินมาถึงโดยมีไอ้ยูคเดินตามมาติดๆ
“ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ทำกันหรอครับ?” ผมถามก่อนจะปรายตาไปมองทุกคนแล้วมาจบลงที่พี่มาร์ค
“งั้นผมขอตัวไปเรียนก่อนนะ” ผมบอกแล้วทำท่าจะเดินออกมาแต่อีพี่ต้วนมันก็เอื้อมมือมาจับแขนผมไว้ตอนผมกำลังจะเดินผ่านมันไป
ผมมองแขนตัวเองที่ถูกจับ.. ก่อนจะมองแขนพี่มาร์คที่ถูกกอดไว้โดยคนข้างๆ
แล้วหัวเราะเบาๆ
“จับผมทำไมเนี่ยพี่มาร์ค ผมมีกระดูกสันหลัง ยืนเองได้ไม่ต้องห่วง”
มึงไปห่วงอีคนข้างๆมึงมั้ย?
กูว่ามันคงไม่มีback boneเป็นของตัวเองอ่ะ
ต้องยึดเกาะคนอื่นเค้าแล้วเลื้อยไปทั่ว
“แบมแบม..” พี่มันเรียกชื่อผมเหมือนอยากพูดอะไรต่อ..
“ผมจะไปเรียนแล้ว” ผมสะบัดแขนออกจากมือพี่มาร์คแล้วเดินขึ้นตึกด้วยความรวดเร็ว…
อยู่นานกว่านี้กูต้องได้ด่าคน หึ!
ก็กูไม่ได้เป็นคนดีศรีสังคมขนาดนั้นไง?
แต่คิดอีกที… คือกูจะไปมีสิทธิ์ด่าอะไรใครได้วะ…
กูไม่ได้เป็นอะไรกับพี่มันเลย.. นั่นใครมึงดูสิ… แฟนเก่ามันไง อย่างน้อยก็เคยเป็นแฟนกันมาก่อนไง… แล้วกูเป็นใคร?
คนไม่มีสถานะไงมึง...
หรือบางทีสถานะกูอาจจะเป็น 'อากาศ' ก็ได้นะ...
หรือบางทีสถานะกูอาจจะเป็น 'อากาศ' ก็ได้นะ...



ง่อววววววววววววว
ตอบลบต้มน้ำรอเลย
เจ็บปวดเสมอเมื่อเห็นรูปเธอกับเขา~ T∆Tๆๆ
ตอบลบทำไมไรท์ต้องแนบรูป มันเจ็บกระดอกใจT^T
เออวะ ทำไมมาร์คไม่ขอแบมเป็นแฟนสักทีว
ตอบลบยังไม่แน่ใจอะไรอย่างงั้นเหรอ